Outside no. 6 𖤘 Tag: รถไฟลาว, ลาว
หลายคนที่เคยได้ไปสัมผัสประสบการณ์นั่ง รถไฟลาว-จีน แล้ว ต่างก็บอกว่าเป็นหนึ่งในรถไฟที่น่านั่งที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งรวดเร็ว ตรงเวลา สะอาด และวิวระหว่างทางสวย
ทริปลาวนี้เลยเป็นโอกาสดีที่คุกกี้กับพี่สันได้ลองนั่งด้วยตัวเอง แม้จะเป็นเส้นทางสั้น ๆ จาก เวียงจันทน์ – วังเวียง แต่ก็เป็นหนึ่งชั่วโมงที่ทำให้พวกเราอยากจะกลับมาใช้บริการรถไฟสายนี้อีกครั้ง
จองตั๋วอย่างไรให้ได้ราคาดี
คนส่วนใหญ่บอกว่า ตั๋วรถไฟลาว-จีนเต็มค่อนข้างเร็ว ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน แต่อาจเป็นเพราะพวกเราเดินทางช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นโลว์ซีซัน จองล่วงหน้า 1 วันก็ยังมีที่นั่ง
หลังจากลองเปรียบเทียบหลายช่องทาง พบว่า จองผ่านแอปทางการ LCR Ticket ราคาถูกที่สุด ถูกกว่าเว็บเอเจนซีค่อนข้างมาก อย่างชั้น First Class ราคาประมาณ 450 บาทต่อคน แต่ถ้าผ่านเอเจนซี หลายแห่งราคาขยับไปเกือบ 750 บาท
ติดอย่างเดียวคือ แอปนี้รับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต Visa, UnionPay และแอปจ่ายเงินอย่าง WeChat และ Alipay เท่านั้น หากมีแค่ Mastercard หรืออยากจ่ายผ่านพร้อมเพย์ ก็ต้องเลือกจองผ่านเว็บเอเจนซีแทน
ขาไปพวกเราจองล่วงหน้า 3 วัน ได้ที่นั่งติดหน้าต่างสวย ๆ ส่วนขากลับเพิ่งจองก่อนเดินทางเพียง 1 วัน ไม่รู้ว่าเพราะเหลือที่นั่งน้อยแล้ว หรือเป็นระบบสุ่มที่นั่ง ถึงได้นั่งแถว 1 ซึ่งไม่มีหน้าต่างเลย
จากสนามบินไปสถานีรถไฟ เผื่อเวลาไว้ดีกว่า
หลังจากลงที่สนามบินวัตไตช่วงบ่าย พวกเราเรียกรถผ่านแอป Loca ซึ่งเป็นแอปเรียกรถของลาว เหมือนกับ Grab รอไม่นานก็มีรถมารับ
ตอนเห็นค่ารถประมาณ 440 บาท แอบตกใจนิด ๆ แต่พอนั่งจริงก็เข้าใจ เพราะระยะทางจากสนามบินไปสถานีรถไฟไกลมาก แม้รถจะไม่ติดเลย ก็ยังใช้เวลาเกือบ 40 นาที
เพราะฉะนั้น ถ้าใครบินมาลงเวียงจันทน์แล้วต่อรถไฟทันที แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงครึ่งหลังเครื่องลง เผื่อเวลาผ่าน ตม. รับกระเป๋า เรียกรถ และการเดินทางมายังสถานี
อีกเรื่องที่ประทับใจคือคนขับ Loca ของพวกเราสุภาพมาก เขาถามเวลารถไฟตั้งแต่ขึ้นรถ เพื่อจะได้กะเวลาให้ถูก ระหว่างทางยังช่วยแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ที่รถวิ่งผ่านด้วย ทำให้การเดินทางสี่สิบนาทีไม่น่าเบื่อเลย
สถานีรถไฟเวียงจันทน์ ใหญ่กว่าที่คิด
พวกเรามาถึงสถานีประมาณ 50 นาทีก่อนรถออก สิ่งแรกที่รู้สึกคือ สถานีใหญ่มาก ทั้งตัวอาคารและลานด้านหน้า
ก่อนเข้าอาคารต้องแสดง QR Code ของตั๋วพร้อมพาสปอร์ต จากนั้นผ่านเครื่องสแกนกระเป๋าและเครื่องตรวจร่างกาย คล้ายสนามบินทุกอย่าง


ช่วงที่รถไฟใกล้ออก คนจะเยอะมาก ดังนั้นการมาถึงก่อนเวลาสักหน่อยก็อุ่นใจกว่า
ภายในสถานีมีร้านค้าไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นร้าน Grab & Go เช่น ร้านกาแฟดาว และร้านขายเครื่องดื่ม ขนม แซนด์วิช พอให้ซื้อของติดมือขึ้นรถไฟได้
พวกเราเลยซื้อชาเขียว กาแฟลาว และแซนด์วิชมาปิกนิกเล็ก ๆ กันบนรถไฟ
ถ้าใครอยากได้ข้าวกล่องหรือของกินเยอะ ๆ แนะนำซื้อจากข้างนอกมาก่อนจะดีกว่า แม้ว่าบนรถไฟจะมีคนเดินขายของอยู่บ้าง แต่ก็มีตัวเลือกไม่มากนัก
ประมาณ 30 นาทีก่อนเวลาออก รถไฟก็เข้ามาเทียบชานชาลา เพราะที่นี่เป็นสถานีต้นทาง ผู้โดยสารจึงเริ่มต่อแถวยาวรอขึ้นรถกันอย่างเป็นระเบียบ
รถไฟ First Class คุ้มกว่าที่คิด


คุกกี้กับพี่สันเลือกที่นั่งชั้น First Class เพราะอยากนั่งแบบคู่ ส่วน Second Class จะเป็นผัง 3-2 ซึ่งสุ่มได้ทั้งนั่งสองคนหรือมีผู้โดยสารคนอื่นร่วมแถว
พอขึ้นรถก็รู้สึกว่าราคาตั๋ว 450 บาท คุ้มค่ากว่าที่คิด เบาะกว้าง นุ่ม นั่งสบาย มีพื้นที่วางขา โต๊ะพับด้านหน้า และพื้นที่วางของกำลังดี เหมาะกับการหยิบแซนด์วิชและกาแฟออกมานั่งกินพร้อมชมวิว
รถไฟออกเวลา 15.15 น. ตรงเป๊ะ
ไม่นานนัก ตัวเมืองเวียงจันทน์ก็ค่อย ๆ ถอยห่างออกไป เหลือเพียงทุ่งนา ต้นไม้ และภูเขาสีเขียวเรียงตัวสลับกันอยู่สุดสายตา ท้องฟ้าสีฟ้าใสในวันนั้นทำให้บรรยากาศเหมือนฉากหนึ่งในหนังของ Studio Ghibli
ถ้าขับรถจากเวียงจันทน์ไปวังเวียงจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง แต่รถไฟช่วยย่นเวลาเหลือเพียง 1 ชั่วโมง
หนึ่งชั่วโมงนั้นผ่านไปเร็วมาก พวกเรานั่งกินแซนด์วิชที่รสชาติค่อนข้างจืด คุยกันบ้าง มองวิวบ้าง และรู้สึกว่าการเดินทางที่ดี บางครั้งก็ไม่ได้เกิดจากจุดหมาย แต่อยู่ที่การได้นั่งมองวิวข้างหน้าพร้อมกับคนที่เราอยากเดินทางไปด้วย
ถึงวังเวียงแล้ว

สถานีวังเวียงเล็กและเงียบกว่าสถานีเวียงจันทน์มาก ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งลงที่นี่ ส่วนอีกหลายคนก็เดินทางต่อไปยังสถานีถัดไป
ออกมาด้านหน้าจะมีรถสองแถวท้องถิ่นจอดรอนักท่องเที่ยวอยู่หลายคัน ตอนแรกพวกเราตั้งใจจะเรียก Loca แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจขึ้นรถสองแถวแทน
ที่นี่เป็นเมืองเล็ก คนขับแทบทุกคนรู้จักโรงแรมและโฮมสเตย์ต่าง ๆ แค่บอกชื่อที่พัก เขาก็พาไปถูกทันที ค่าโดยสาร 66,000 กีบต่อคน ตอนนั้นพวกเรายังไม่ได้แลกเงินลาว จึงจ่ายเป็นเงินไทย คนละ 100 บาท ซึ่งสมเหตุสมผล ไม่มีการโก่งราคา
ขากลับ…วิวกลายเป็นกำแพง
หลังจากใช้เวลาเที่ยววังเวียง 1 วัน 1 คืน พวกเรานั่งรถของที่พักกลับมายังสถานีรถไฟ
สถานีวังเวียงมีขนาดเล็ก ใช้เวลาผ่านจุดตรวจไม่นาน แต่ร้านค้าด้านในเหลือเปิดเพียงร้านเดียวเท่านั้น ใครอยากซื้อของกิน แนะนำให้เตรียมมาจากตัวเมืองจะสะดวกกว่า
ส่วนขากลับ แม้จะยังเป็น First Class เหมือนเดิม แต่เพราะจองตั๋วช้า พวกเราได้ที่นั่งแถวแรกซึ่งไม่มีหน้าต่าง วิวตลอดหนึ่งชั่วโมงจึงกลายเป็นกำแพง


สุดท้ายก็เลยหลับยาวตั้งแต่ออกจากวังเวียงจนถึงเวียงจันทน์
สถานีปลายทางที่คึกคักที่สุด
เมื่อรถไฟถึงเวียงจันทน์ ผู้โดยสารทั้งขบวนลงพร้อมกัน บรรยากาศจอแจวุ่นวาย ใช้เวลาสักพักถึงค่อย ๆ เดินตามผู้คนออกจากสถานีได้
ด้านหน้าสถานีมีทั้งรถสองแถว รถเมล์ และ Loca ให้เลือกใช้
พวกเราเลือกเรียก Loca เหมือนเดิม แต่สิ่งที่ยากกลับไม่ใช่การเรียกรถ หากเป็นการหารถตัวเองให้เจอ
รถจอดเต็มไปหมดจนแยกไม่ออกว่าเป็นคันไหน สุดท้ายคนขับต้องเป็นฝ่ายเดินมาตามหาพวกเราเอง เพราะเขารู้ว่าลูกค้าน่าจะหาไม่เจอเหมือนกัน
─── ☁︎ 🚂 ☁︎ ───
ความประทับใจจากรถไฟลาว-จีน

แม้จะได้นั่งเพียงช่วงสั้น ๆ แต่รถไฟลาว-จีนก็ทำให้พวกเราประทับใจมากกว่าที่คิด ทั้งความตรงต่อเวลา ความสะอาด ความเงียบ และวิวธรรมชาติที่สวยตลอดทาง
ที่สำคัญคือมันทำให้การเดินทางระหว่างเวียงจันทน์กับวังเวียงไม่ใช่แค่การย้ายจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง แต่กลายเป็นช่วงเวลาที่นั่งชมวิว ปิกนิก และคุยกันเล่นไปตลอดทาง หนึ่งในนั่นคือ…
ครั้งหน้าถ้ามีเวลาหลายสัปดาห์ อยากลองนั่งรถไฟเส้นทางยาวจากไทย ผ่านลาว เข้าจีน แล้วต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงรัสเซีย
บางครั้งความสนุกของการเดินทาง อยู่ที่การได้ค่อย ๆ เห็นโลกเปลี่ยนไปทีละหน้าต่างของรถไฟก็เป็นได้

Travel Memo
𓂃 รถไฟลาว-จีน ประเทศลาว 𓂃
- ความชอบ: ★★★★☆
- ✓ ตรงเวลา เดินทางข้ามเมืองเร็ว
- ✓ สะอาด นั่งสบาย วิวสวย
- ✓ ทานอาหารได้ มีโต๊ะพับได้ให้วางของอาหาร โน้ตบุ๊ก
- ใช้เวลา: เวียงจันทร์-วังเวียง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง
- ✓ ควรเผื่อเวลาถึงสถานีล่วงหน้าอย่างน้อย 30 นาที
- ค่าตั๋ว: First Class 298,000 กีบ (ประมาณ 450 บาท) ทางแอป LCR Ticket