น้ำตกตาดแก่งยุย วังเวียง นวดคอบ่าไหล่ด้วยน้ำตกแบบส่วนตัว

ก่อนมาวังเวียง เราคิดว่าเมืองนี้คงเต็มไปด้วยน้ำตกสวย ๆ ให้เลือกเหมือนเมืองท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วไป แต่พอเริ่มหาข้อมูลจริง ๆ กลับพบว่า มีน้ำตกท่องเที่ยวอยู่เพียงแห่งเดียว นั่นคือ น้ำตกตาดแก่งยุย

เมื่อดูรูปในอินเทอร์เน็ต ความคาดหวังก็ลดลง ที่นี่ดูเป็นน้ำตกธรรมดา ๆ ไม่ได้สูงตระหง่าน ไม่ได้อลังการ ไม่มีรีวิวเยอะ เมื่อเปิดดู Google Maps เพื่อหาน้ำตกบริเวณใกล้เคียง น้ำตกชื่อดังที่น่าไปมากที่สุดก็อยู่ห่างออกไปเกือบ 2 ชั่วโมงในเมืองหลวงพระบาง

งั้นก็… ลองไปตาดแก่งยุยก็แล้วกัน

ออกจากโรงแรมเจ็ดโมงเช้า

เช้าวันนั้น พวกเราออกจากโรงแรม River View กันตั้งแต่เจ็ดโมงตรง เพื่อรีบไปเที่ยวก่อนกลับมาอาบน้ำ เช็กเอาต์ แล้วขึ้นรถไฟกลับเวียงจันทน์ในช่วงสาย

ตอนแรกคุกกี้กับพี่สันก็คิดจะเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่ไปเอง เพราะระยะทางไม่ได้ไกลมาก แต่ Google Maps ไม่ได้แสดงเส้นทางไปอย่างชัดเจน ประกอบกับมีเวลาค่อนข้างจำกัด สุดท้ายเลยเลือกใช้บริการรถสองแถวของที่พักแทน

พอนั่งไปได้สักพักก็รู้สึกว่า… ตัดสินใจถูกแล้ว

ยิ่งรถวิ่งออกจากตัวเมือง ถนนยิ่งเปลี่ยนจากลาดยางเป็นลูกรัง ดินสีแดงฟุ้งเป็นระยะ ๆ หลายช่วงค่อนข้างขรุขระ ถ้ามีเวลาทั้งวัน การขี่มอเตอร์ไซค์คงสนุกไม่น้อย แต่สำหรับเช้าที่ต้องแข่งกับเวลา การนั่งปล่อยตัวชมวิวข้างทางดูจะเหมาะกว่า

น้ำตกที่(แทบจะ)ไร้ผู้คน

พวกเราไปถึงทางเข้าน้ำตกตั้งแต่เช้ามาก จนเจ้าหน้าที่ขายตั๋วยังมาไม่ถึง ซึ่งคนขับรถบอกยิ้ม ๆ ว่า “เข้าไปก่อนเลยครับ เดี๋ยวค่อยกลับมาจ่ายตอนออก”

พวกเราก็เลยได้เดินเข้าน้ำตกแบบยังไม่ได้เสียค่าเข้า ร้านค้าทั้งหมดยังปิดเงียบ พ่อค้าแม่ค้าเพิ่งเริ่มทยอยขนของมาเปิดร้าน บรรยากาศทั้งพื้นที่ยังเหมือนเพิ่งตื่นนอน

สิ่งแรกที่ทำให้ประทับใจกลับไม่ใช่น้ำตก แต่เป็นความเป็นระเบียบของสถานที่ ทางเดินกว้าง สะอาด มีพื้นที่ร้านอาหารเป็นสัดส่วน ห้องน้ำดูใหม่และได้รับการดูแลดี แม้จะไม่ได้เข้าไปใช้ แต่จากภายนอกก็รู้สึกได้ว่า คนที่มาเล่นน้ำสามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าหรืออาบน้ำได้อย่างสบาย

จากนั้นพวกเราก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปตามทางเดินใต้ร่มไม้ อากาศตอนเช้ายังเย็นสบาย มีเพียงเสียงนกกับเสียงลมพัดผ่านต้นไม้ มีนักท่องเที่ยวเพียง 2 กลุ่มเล็ก ๆ ที่เดินนำหน้าเข้าไปก่อน

พวกเราสองคนไม่ได้เร่งรีบไปให้ถึงน้ำตก เดินช้า ๆ แวะถ่ายรูปทุกมุมที่ชอบ ปล่อยให้เช้าวันนั้นค่อย ๆ ดำเนินไปตามจังหวะของมัน

เส้นทางเป็นบันไดเดินง่าย สลับกับทางเดินไม้ใต้ร่มไม้ใหญ่ แดดยามเช้ายังไม่ร้อนมาก แต่ระหว่างเดินเริ่มมีแมลงป่าบินมาตอมอยู่เรื่อย ๆ โชคดีที่ยังเหลือสเปรย์กันแมลงจากวันที่ไปเดินผาหนามไซติดกระเป๋ามาด้วย ไม่อย่างนั้นคงได้เดินปัดไม้ปัดมือกันตลอดทาง

เดินขึ้นมาได้ไม่นานก็เจอแอ่งน้ำเล็ก ๆ ที่รับสายน้ำจากน้ำตกด้านบน น้ำใสมากจนมองเห็นหินด้านล่าง มีปลาตัวเล็ก ๆ ว่ายเข้ามาตอดเท้าเป็นระยะ ๆ

ตรงนี้ไม่ได้อยู่ในรูปรีวิวไหนที่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับเป็นมุมที่พวกเราชอบมาก อาจเพราะมันเงียบ สงบ และไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นอยู่เลย

เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงน้ำไหลผ่านโขดหิน เสียงใบไม้ขยับตามลม และเสียงหัวเราะจอแจของพวกเราสองคนที่เอาเท้าแช่น้ำแล้วสะดุ้งทุกครั้งที่ปลาว่ายเข้ามาตอด

จากที่ตั้งใจว่าจะเดินผ่าน กลายเป็นนั่งอยู่ตรงนั้นนานหลายนาทีโดยไม่รู้ตัว

นวดคอบ่าไหล่ด้วยสปาน้ำตก

หลังจากใช้เวลากับแอ่งน้ำเล็ก ๆ จนพอใจ พวกเราก็เริ่มเดินขึ้นต่อ พอดีกับที่นักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวที่เดินนำหน้าเรามาตั้งแต่ทางเข้าเริ่มเดินลงมา ทำให้รู้ว่าข้างบนคงไม่มีใครแล้ว

ระหว่างที่เดินขึ้นบันไดตะแกรงเหล็ก เสียงน้ำตกค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนที่วิวด้านหน้าจะค่อย ๆ เปิดออก

ภาพของน้ำตกตาดแก่งยุยปรากฏอยู่ตรงหน้า

ความคิดแรกคือ “ไม่เห็นเหมือนรูปในอินเทอร์เน็ตเลย มันสวยกว่าที่คิดมาก!”

น้ำตกสูงราวตึกสิบชั้นทอดตัวลงมาตรงหน้าผาหินสีเทาเข้ม สายน้ำสีขาวไหลลงมาเต็มผืนหิน ก่อนจะแตกกระเซ็นกลายเป็นละอองน้ำฟุ้งอยู่ด้านล่าง ต้นไม้สีเขียวขึ้นแทรกอยู่ตามผาหิน ทุกอย่างดูลงตัว

ที่สำคัญคือ… ตอนนั้นมีแค่พวกเราสองคน

ที่นี่อาจจะไม่ใช่น้ำตกที่สวยอลังการที่สุด แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษ คือ บรรยากาศ การได้เห็นน้ำตกใหญ่ตรงหน้าโดยไม่มีใครอยู่เลย ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้มาสปาธรรมชาติแบบส่วนตัว

ความสงบและสดชื่นที่รูปถ่ายหรือวิดีโอก็เก็บไว้ได้ไม่หมด เพราะรูปถ่ายบันทึกอุณหภูมิไม่ได้ บันทึกเสียงน้ำไม่ได้ บันทึกละอองเย็น ๆ ที่ลอยมากระทบหน้าไม่ได้

พี่สันเดินลงไปใต้น้ำตก แล้วเดินเข้าไปยืนพิงผาหิน ปล่อยให้น้ำตกทั้งสายไหลลงมาที่บ่าและแผ่นหลัง

“เหมือนมานวดคอบ่าไหล่เลย”

ดูจากสีหน้าก็รู้ว่าไม่ใช่คำพูดเกินจริง ถ้าคุณอยากจะมานั่งสมาธิใต้น้ำตก ฝึกวิชาเหมือนเหล่านินจาในการ์ตูน ที่นี่ก็เหมาะเหมือนกัน

แรงน้ำกำลังพอดี เย็น แต่ไม่หนาวจนทนไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนความเมื่อยล้าจากการทำงานหลายเดือนค่อย ๆ ถูกชะล้างออกไปพร้อมกับสายน้ำ

ข้างน้ำตกยังมีซุ้มต้นไม้เล็ก ๆ ที่กิ่งไม้โน้มเข้าหากันจนกลายเป็นเหมือนอุโมงค์ธรรมชาติ แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านช่องใบไม้เป็นเส้น ๆ ละอองน้ำลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ให้ความรู้สึกเหมือนฉากหนึ่งในหนังแฟนตาซี

พวกเราใช้เวลาอยู่กับน้ำตกเกือบหนึ่งชั่วโมง แค่นั่งฟังเสียงน้ำ ถ่ายรูปบ้าง คุยกันบ้าง แล้วปล่อยให้เช้าวันนั้นเดินไปอย่างช้า ๆจนเกือบเก้าโมง เราจึงเริ่มเดินกลับ

และนั่นเป็นจังหวะที่เหมาะที่สุด

ระหว่างทางลง นักท่องเที่ยวเริ่มเดินสวนขึ้นมาเรื่อย ๆ จากทีแรกมีแค่พวกเราสองคน ก็กลายเป็นมีหลายสิบคนภายในเวลาไม่นาน มีทั้งครอบครัวที่พาเด็ก ๆ มาเล่นน้ำ กลุ่มเพื่อนที่หิ้วเบียร์ลาวมาเตรียมปิกนิก และนักท่องเที่ยวที่ทยอยเดินเข้ามาไม่ขาดสาย

น้ำตกที่เงียบสงบเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน กำลังจะคึกคักขึ้นแล้ว

ถ้าคุณชอบความเงียบสงบ แนะนำให้มาก่อนแปดโมงเช้า เพราะสิ่งที่ทำให้ตาดแก่งยุยพิเศษสำหรับพวกเรา ไม่ใช่แค่ความสวยของน้ำตก แต่คือความเงียบที่ได้ครอบครองสถานที่แห่งนี้เพียงลำพัง

ก่อนกลับ พวกเราเดินไปหาเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งมาประจำจุดขายตั๋ว แล้วจ่ายค่าเข้าคนละ 20,000 กีบ หรือประมาณ 30 บาท

ค่าเข้าเพียงหลักสิบ แต่ได้ความทรงจำกลับมาหลักล้าน

─── ☁︎ ⛰️ ☁︎ ───

ตาดแก่งยุยเป็นอีกครั้งที่ย้ำกับเราว่า อย่าเพิ่งตัดสินสถานที่จากรูปในอินเทอร์เน็ต เพราะต่อให้เป็นรูปที่เราถ่ายกลับมาเอง ก็ยังถ่ายทอดความรู้สึกในเช้าวันนั้นออกมาได้ไม่ถึงครึ่ง

บางครั้ง ความทรงจำที่ดีที่สุดของการเดินทาง ก็เป็นสถานที่ที่เราแทบไม่ได้คาดหวังอะไรกับมันเลยตั้งแต่แรก

Travel Memo 

𓂃 น้ำตกตาดแก่งยุย วังเวียง ประเทศลาว 𓂃

  • ความชอบ: ★★★★☆
    • ✓ ทางเดินเข้าไปน้ำตกเดินง่าย ใช้เวลาเพียง 15 นาที
    • ✓ ถ้าไปช่วงเช้าก่อน 9 โมง คนน้อย เหมือนได้ครอบครองน้ำตกส่วนตัว
  • ใช้เวลา: 1-2 ชั่วโมง
  • ค่าเข้า: 20,000 กีบ (ประมาณ 30 บาท)
  • วิธีการเดินทาง:
    • เช่ามอเตอร์ไซค์ / รถบักกี้ (250-500 บาทต่อวัน)
    • รถสองแถวแบบแชร์ (ประหยัด แต่ต้องไปตามรอบ)
    • เหมารถสองแถว 1,200 บาทต่อวัน


Picture of Cookie
Cookie

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Previous Post