Outside no. 4 𖤘 Tag: ผาหนามไซ, ลาว
เวลาพูดถึงวังเวียง หลายคนคงนึกถึงภูเขาหินปูนเรียงรายกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์อย่างซิปไลน์ คายัค กระโดดน้ำ และอื่น ๆ เต็มไปหมด
แต่ถ้าอยากเริ่มต้นแบบเบา ๆ ตอนเช้า และยังเหลือแรงไปเที่ยวต่อ ขอชวนไปเดินป่าที่ ผาหนามไซ (Nam Xay Viewpoint) กัน
ยอดเขายอดฮิตที่มี มอเตอร์ไซค์ ตั้งอยู่ริมผาเป็นสัญลักษณ์ของวังเวียง
ใช้เวลาเดินเพียงประมาณชั่วโมงครึ่ง ไม่ต้องมีไกด์ มือใหม่ก็เดินเองได้ และวิวข้างบนสวยเกินกว่าที่คิดไว้มาก
ออกจากที่พักตอน 7 โมงเช้า
เช้าวันนั้น คุกกี้กับพี่สันออกจากโรงแรมตอน 7 โมง คนขับรถบอกว่าถ้าอยากเดินสบาย ๆ ควรมาช่วง 6-8 โมง เพราะแดดยังไม่แรง และบางวันก็มีทะเลหมอกให้เห็น
ตอนที่รถแล่นออกจากตัวเมือง ถนนค่อย ๆ เปลี่ยนจากคอนกรีตเป็นลูกรัง ฝุ่นสีส้มลอยตามล้อรถเป็นระยะ โชคดีที่หยิบหน้ากากอนามัยติดมาด้วย ไม่อย่างนั้นคงได้กินฝุ่นวังเวียงเป็นมื้อเช้าแน่ ๆ
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกเช่ามอเตอร์ไซค์หรือรถบักกี้ขับกันเอง โรงแรมหลายแห่งมีบริการให้เช่า ราคาประมาณ 250-500 บาทต่อวัน ส่วนใครไม่อยากขับ ก็สามารถแชร์รถสองแถวกับนักท่องเที่ยวคนอื่นได้
แต่รอบนี้คุกกี้กับพี่สันขอผ่าน
เมื่อปีก่อน พวกเราเคยแชร์รถเที่ยวที่จีน แล้วลงเอยด้วยการนั่งรอคนแปลกหน้าเดินเที่ยวจนเลยเวลานัดเป็นชั่วโมง ตั้งแต่นั้นมา ถ้าทริปไหนพอมีงบ พวกเรามักยอมจ่ายเพิ่มอีกนิด เพื่อซื้อเวลา
วังเวียงก็เหมือนกัน

พวกเราเลยเหมารถสองแถวของโรงแรม River View Bungalows ราคา 1,200 บาทต่อวัน ฟังดูแพงกว่าการแชร์รถอยู่พอสมควร แต่คุ้มกว่าที่คิด อยากแวะไหนก็แวะ แวะแล้วไม่ชอบก็กลับ หรือแวะกลับไปนอนกลางวัน แล้วค่อยออกมาใหม่ก็ได้
อย่างตอนที่ตั้งใจแวะทานข้าวเช้าที่ Blue Lagoon 1 พวกเราดันมาช่วงเวลาเดียวกับทัวร์จีนพอดี คนแน่นแออัดทุกร้าน อยู่ชะโงกทัวร์ได้ไม่ถึง 10 นาที ก็ตัดสินใจกลับ
ไม่ว่าจะหายเข้าป่าไปเกือบสองชั่วโมง หรืออยู่เที่ยวไม่กี่นาที พอกลับออกมาก็ยังเห็นคนขับนั่งยิ้มรออยู่ที่เดิมเสมอ
ก้าวแรกก็เจอหนอนบุ้งต้อนรับ
ราว 7 โมงยี่สิบ รถก็มาจอดที่ลานด้านหน้าผาหนามไซ
ลมเช้ายังพัดเย็น ๆ ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาของ สายหลบคน เพราะกลุ่มที่ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเริ่มทยอยลงมาแล้ว ส่วนรถแชร์รอบใหญ่ก็ยังมาไม่ถึง


หน้าทางเข้ามีซุ้มขายตั๋วเล็ก ๆ ค่าเข้าคนละ 30,000 กีบ (ประมาณ 45 บาท) ข้าง ๆ กันเป็นร้านขายน้ำ ขนม และของกินจุกจิกครบเลย
สำหรับพวกเรา น้ำขวดเล็กขวดเดียว ก็เพียงพอ แต่ถ้าใครไม่ได้ออกกำลังกายบ่อย แนะนำให้หยิบ เกลือแร่ หรือ ลูกอม ติดกระเป๋าไว้สักหน่อย เพราะช่วงใกล้ถึงยอด แอบหิวจนเวียนหัวเหมือนกัน ทั้งที่กินข้าวเช้ามาแล้ว
พวกเราหยิบน้ำคนละขวด สะพายเป้ แล้วเดินผ่านซุ้มทางเข้าไปอย่างอารมณ์ดี สิ่งแรกที่ต้อนรับพวกเราอยู่คือ…
หนอนบุ้งหมี! สีดำขนฟูที่เดินกันยั้วเยี้ยเต็มพื้นทางเข้า
น้องดูนุ่มฟูจนน่าเอ็นดู แต่ก็ชวนให้ขนลุกในเวลาเดียวกัน พอกลับมาหาข้อมูลถึงรู้ว่าเป็นตัวอ่อนของผีเสื้อกลางคืน และไม่ได้ทำให้คันเหมือนหนอนบุ้งหลายชนิด
ถึงอย่างนั้น… อย่าจับเลย ปล่อยให้น้องใช้ชีวิตของน้องต่อไปดีกว่า และระวังเดินเหยียบน้องกันด้วยนะ
บันไดพอได้ ส่วนยุงพอเลย


พอผ่านประตูมาได้ไม่กี่ก้าว บันไดยาวตรงหน้าก็เริ่มทักทายทันที
ทางเดินช่วงแรก ๆ เป็นบันไดทั้งหมด เดินง่าย เหนื่อยง่ายเช่นกัน ( ˊᵕˋ ; ) เดินขึ้นไปก็นึกถึงวันที่ต้องขึ้นบันไดหนีไฟ 30 กว่าชั้นเพื่อเก็บของหลังแผ่นดินไหว
ข้อดีคือทางทำไว้ดีมาก แม้ไม่มีป้ายบอกทางเลย แต่เส้นทางชัดเจน มีทางขึ้นอยู่ทางเดียว โอกาสหลงแทบไม่มีเลย ถึงจะมาคนเดียวก็เดินตามทางไปเรื่อย ๆ ได้สบาย ไม่จำเป็นต้องมีไกด์ รวมถึงมีราวไม้ ราวเหล็กให้จับตลอด ไม่ต้องพกไม้ Trekking Pole ก็ยังไหว
แต่ศัตรูตัวจริงของเช้าวันนั้น กลับไม่ใช่ความชัน แต่เป็น…
ยุงลายกับแมลงหวี่ 𓆤𓂃𓈒𓏸
เดินได้ไม่ถึงห้านาที พวกเราก็เริ่มโดนบินวนรอบตัว โชคดีที่พกสเปรย์กันแมลงมาจากไทย ฉีดกันจนแทบมึนกลิ่นตะไคร้ แต่เห็นผลจริง เพราะยุงลายที่กำลังกัดพี่สันอยู่เมื่อกี้ หายไปหมด
อีกไอเท็มช่วยชีวิตที่หยิบติดกระเป๋ามาด้วยคือ สเปรย์เย็นตรางู
รอบก่อนที่ไปเดินเขาพระยานคร พวกเราพกแป้งเย็นขึ้นเขา เย็นสบายก็จริง แต่เดินออกจากป่ามาขาวเหมือนซาลาเปาเลย รอบนี้เลยเปลี่ยนมาเป็นสเปรย์เย็นแทน
ถึงกลิ่นเมนทอลจะตีกับกลิ่นตะไคร้จนมึน แต่ช่วยให้เดินสบายขึ้นเยอะ ดีกว่าปล่อยให้ยุงกินเราเป็นมื้อเช้า
“อีกนิดเดียว” …ที่ไม่เคยนิดเดียว
หลังจากผ่านบันไดช่วงแรกไปได้สักพัก ทางเดินก็เริ่มเปลี่ยนเป็นดินสลับกับหิน ระหว่างทางมีนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปก่อนแล้วเดินสวนลงมาเรื่อย ๆ
สิ่งที่ได้ยินบ่อยที่สุด คือคำว่า
“อีกนิดเดียว”
“Almost there!”
( •̀ᴗ•́ )و
ชอบบรรยากาศแบบนี้ ไม่ว่าจะเดินเขาที่ประเทศไหน หรือนักเดินป่าสัญชาติอะไร ทุกคนจะพูดคำเดียวกันเพื่อให้กำลังใจเสมอ
แม้คำว่า “อีกนิดเดียว” จะหมายถึงเดินต่ออีกครึ่งชั่วโมงก็ตาม


เดินมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง พวกเราก็เจอกระท่อมไม้เล็ก ๆ ซึ่งเป็นเหมือนจุดพักกลางทาง ถ้ามาถึงตรงนี้แล้ว ก็แปลว่ายอดเขาอยู่ไม่ไกลแล้ว
พวกเราหยุดพักถ่ายรูปเพื่อเช็กอิน แล้วเร่งฝีเท้าสู่ยอดเขาก่อนที่อากาศจะร้อนกว่านี้
ช่วงสุดท้ายเป็นทางที่ชันที่สุดของทั้งทริป ต้องปีนขึ้นไปตามโขดหินอยู่ประมาณ 5 นาที แต่เพราะมีราวให้จับตลอด เลยไม่ได้รู้สึกน่ากลัวเหมือนป่าที่อื่น ๆ
แล้วพอเงยหน้าพ้นแนวต้นไม้… วิวของวังเวียงก็เปิดออกตรงหน้า


ภูเขาหินปูนสีเทาเข้มเรียงตัวสลับกับทุ่งนาเขียวสดสุดลูกหูลูกตา เมืองเล็ก ๆ ที่เมื่อครู่นี้ยังอยู่ใต้เท้าของพวกเรา ตอนนี้กลายเป็นภาพกว้างอยู่ตรงหน้า
“ขึ้นมาคุ้มแล้ว”
บนยอดมีกระท่อมหลังใหญ่ให้นั่งพักหลบแดด ก่อนเดินต่อไปยังพระเอกของผาหนามไซ…
มอเตอร์ไซค์ ที่ถูกล่ามไว้ริมหน้าผา
เห็นว่าคนดูแลพื้นที่เป็นคนขนขึ้นมาเอง เพื่อให้เป็นจุดถ่ายรูป และต้องยอมรับว่าไอเดียนี้ประสบความสำเร็จมาก เพราะทุกวันนี้ แค่เห็นรูปมอเตอร์ไซค์บนยอดเขาหินปูน หลายคนก็รู้ทันทีว่า “นี่แหละวังเวียง”
มอเตอร์ไซค์มีสองคันถูกตั้งไว้คนละฝั่งของผาหนามไซ ถึงจะถูกล่ามโซ่ไว้แน่นหนา แต่การยืนอยู่ริมหน้าผาเพื่อหามุมถ่ายรูปก็ทำให้แอบเสียวอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าจะเก็บรูปสวย ๆ กลับบ้าน อย่าลืมเก็บสติไว้กับตัวด้วยนะคะ
425 แคลอรี่ กับความทรงจำหนึ่งก้อน

กว่าจะถ่ายรูปจนพอใจ รวมเวลาตั้งแต่เริ่มเดินขึ้นเขาก็ผ่านไปประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ส่วนขาลงใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ทางเดินทำไว้ดีจนบางช่วงแอบวิ่งลงได้แบบเพลิน ๆ แต่ก็ต้องคอยเตือนตัวเองให้มองพื้นอยู่ตลอด เพราะถ้าพลาดล้มขึ้นมา คงได้ของฝากกลับบ้านเป็นข้อเท้าแพลงแทนรูปสวย ๆ
ระหว่างทางลง พวกเราเดินสวนกับนักท่องเที่ยวที่กำลังค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาเป็นกลุ่ม หนึ่งในนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งเดินตามหลังเพื่อนแบบหมดแรงสุด ๆ ส่วนเพื่อนที่อยู่ข้างบนก็พยายามตะโกนส่งเสียงเชียร์กลับลงมา แม้จะฟังไม่ออกว่าเขาพูดภาษาอะไร แต่เดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นประโยคเดียวกับที่ได้ยินมาตลอดทั้งเช้า
“อีกนิดเดียว!”
พอลงมาถึงด้านล่าง พวกเราก็แวะไหว้ศาลเจ้าเล็ก ๆ ตรงทางเข้า ขอบคุณที่การเดินทางครั้งนี้ผ่านไปอย่างปลอดภัย ก่อนยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา
1 ชั่วโมง 38 นาที
425 แคลอรี่
“เอาล่ะ… ข้าวเช้าเบิร์นหมดแล้ว” ได้เวลากินต่อ!

ซ้อมเกษียณ Note
“Life is now. Don’t waste for the perfect time.”
การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่คุกกี้เพิ่งลาออกจากงานได้ 1 วัน อีกไม่ถึงสัปดาห์ก็ต้องเริ่มงานใหม่ ก่อนบินหนึ่งวัน ยังเจ็บคอหนักและเริ่มไม่อยากไปเที่ยวแล้ว จนเกือบยกเลิกทริป
แต่ใจหนึ่งก็รู้ว่า ถ้าปล่อยให้ทริปนี้ผ่านไป คงไม่ได้เที่ยวยาวอีกหลายเดือน สุดท้ายก็เตรียมยาใส่กระเป๋า แบกเป้ แล้วออกเดินทาง ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ไม่เหลือความเสียดายเลย
ถ้าเราติดอยู่กับคำว่า “ไว้วันหลังแล้วกัน” วันนี้ก็คง…
ไม่รู้ว่าตัวเองยังแข็งแรงพอที่จะพิชิตเขาอีกลูก
ไม่มีรูปมอเตอร์ไซค์บนยอดผาหนามไซ
ไม่มีการเที่ยวลาวด้วยตัวเองครั้งแรก
และไม่มีบันทึกการเดินทางที่แสนสนุกนี้
ถ้าวันนี้ยังเดินไหว ยังมีสถานที่ที่อยากไปสำรวจ ก็ออกไปเลย
เพราะงาน… เริ่มใหม่เมื่อไรก็ได้ แต่บางช่วงเวลาของชีวิตผ่านไปแล้ว ไม่มีปุ่ม “จองใหม่” อีกแล้ว
─── ☁︎ ⛰️ ☁︎ ───
Travel Memo
𓂃 ผาหนามไซ, วังเวียง ประเทศลาว 𓂃
- ความยาก: ★★☆☆☆ (มือใหม่เดินได้)
- ✓ เดินเองได้ ไม่ต้องมีไกด์
- ✓ ทางเดินง่าย มีราวจับเกือบตลอด
- ✓ เหนื่อยกำลังดี ยังมีแรงเที่ยวต่อทั้งวัน
- ใช้เวลา: 1 ชั่วโมง 30 นาที (ขึ้น-ลง รวมพักและถ่ายรูป)
- ค่าเข้า: 30,000 กีบ (ประมาณ 45 บาท)
- เวลาที่แนะนำ: 06.00-08.00 น. อากาศไม่ร้อนมาก คนน้อย
- การเดินทาง
- เช่ามอเตอร์ไซค์ / รถบักกี้ (250-500 บาทต่อวัน)
- รถสองแถวแบบแชร์ (ประหยัด แต่ต้องไปตามรอบ)
- เหมารถสองแถว 1,200 บาทต่อวัน
- ไอเทมที่อยากแนะนำ
- 𓇼 น้ำดื่ม 1 ขวด เกลือแร่
- 𓇼 สเปรย์กันแมลง
- 𓇼 สเปรย์แป้งเย็น
- 𓇼 เสื้อกันแดดแบบบาง
- 𓇼 รองเท้ายึดเกาะพื้นดี รองเท้าแตะหรือผ้าใบก็ได้